วันอาทิตย์ วันขี้เกียจของใครหลายๆ คน เก้าโมงกว่าแล้ว ผมตื่นนอนได้สักพัก เพียงพอกับการสลัดความซึมเซาให้ห่างตัว ทันทีที่หันไปเห็นเพื่อนร่วมบ้านยังคงนอนคุดคู้อยู่ในถุงนอนหน้าทีวี พลันนึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้เรามีนัดถ่ายรูปกันกับเพื่อนอีกกลุ่ม ผมหันไปถามถึงเวลานัด แต่ร่างของเพื่อนยังคงแน่นิ่ง มีแต่เสียงงัวเงียๆ จับความไม่ค่อยได้ ว่ายังไม่ได้นัดเวลา คงเป็นข่วงบ่ายๆ ตกลงกันว่าจะหารค่ารถเช่าและค่าน้ำมันกัน ได้ยินแค่นี้ ความคิดผมพุ่งไปไกลแล้ว หากเช่ารถแล้วเรื่องอะไร เราจะเสียเวลาแค่ภายในภูเก็ต หากเป็นไปได้ จุดหมายที่ไกลกว่านั้น คงมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า แค่ประโยคสองสามประโยค เพื่อนดีดตัวออกจากถุงนอน อาบน้ำ เตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพทั้งหมด โทรศัพท์แจ้งสมาชิกทุกคน ให้เตรียมพร้อม

เขาสก คือ จุดหมายของเรา ความหวังที่จะได้เก็บภาพสวยๆ ของป่าหน้าฝนผุดขึ้นเป็นภาพชัดเจนอยู่ในหัวของผมเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ตระเวนรับเพื่อนร่วมทริปครบทุกคน ไม่มีใครปฏิเสธจุดหมายที่ผมเสนอ ซ้ำยังช่วยกันสนับสนุนอีกต่างหาก รถกระบะคันเก่งที่เราเช่ามาจากบริษัทประจำ พุ่งฉิว สู่จุดหมายด้วยความเร็วเกือบเท่ากับใจคนขับ แค่สองชั่วโมง เราทั้งหมด มายืนอยู่หน้าจุดเริ่มต้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฏร์ธานี

ด้วยความหนาแน่นของเม็ดฝนที่มาถึงก่อนหน้าเรา แม้จะตัดหน้าผ่านเราไปแล้ว แต่พื้นถนน ต้นไม้ ใบหญ้า ยังคงเปียกแฉะไปตามๆ กัน อุปกรณ์ถ่ายภาพของเราถูกเคลื่อนย้ายจากในรถ มาอยู่บนบ่าบ้าง ในมือบ้าง แล้วแต่ใครถนัด แบกหามยังไง ผมจำไม่ได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วของการเยียนเขาสก ทุกครั้งที่ใช้เวลาไปกับผืนป่าที่นี่ ความรู้สึกเย็นลง ชีวิตเงียบสงบขึ้น ครั้งนี้เรามาเป็นกลุ่ม ทุกคนโหยหาความสวยงามของธรรมชาติเหมือนกัน เราต่างมีเครื่องมือเก็บเกี่ยวความงามที่สร้างเองไม่ได้ กล้องถ่ายรูปที่สามารถเติมเต็มภาพความทรงจำให้เป็นนามธรรม เมื่อวันหนึ่งเราเกิดคิดถึงความสมบูรณ์ของที่นี่

ขาที่พาเราก้าวเดินตามทางดินไปข้างหน้า เท้าเหยียบย่ำโคลนดินแฉะๆ ฝนเสริมความสมบูรณ์ให้ทุกสิ่งมีชีวิตในป่า ความชุ่มชื้นเขียวขจีปกคลุมทั่วไป จนเรารู้สึกได้ด้วยลมหายใจสะอาดๆ ผิดกับอากาศในเมืองที่เทียบกันไม่ได้เลยเรื่องคุณภาพ เราทอดน่องเรื่อยๆ ไปตามทาง มือกระชับกล้องคู่ใจพร้อมลั่นชัตเตอร์ หากมีสิ่งสวยงามผ่านตาเข้ามา สองช้างทางเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ใบครึ้มแซมด้วยไผ่ป่าลำเรียวสูงจนต้องแหงนคอตั้งบ่า หากมองหาใบไผ่

ฝนไม่วายโปรยปรายมาทักทายเราด้วยเม็ดเล็กๆ ห่างๆ ประมาณช่วงกิโลเมตรแรก ทำให้เราต้องเก็บกล้องกันจ้าละหวั่น เพียงแค่ไม่กี่นาที หยดน้ำจากฟ้าลาจากเราไป เพราะฝนที่ให้น้ำแก่ทุกสรรพชีวิตในป่า ทุกสิ่งดูชุ่มชื้น ลงตัว มีชีวิตชีวา เหมือนคนเราได้บำรุงด้วยอาหารชั้นเลิศ รวมทั้งลำธารที่ปริ่มน้ำจนเอ่อฝั่ง ความสวยงามร้องเรียกให้เราสาวเท้าก้าวไปเรื่อยๆ จนถึงกิโลเมตรที่สอง ฝนกลับมาทักทายเราอีกครั้ง ครั้งนี้ เม็ดหนาแน่นขึ้น ยาวนานกว่าครั้งแรก ทุกคนในกลุ่มเปียกปอนเหมือนอยู่ใต้ฝักบัว ฝนที่นี่สะอาดกว่าในเมือง ความสดชื่นของสายฝนไม่ได้ทำให้เราเหน็บหนาว

เราถึงจุดหมายพร้อมกับที่สายฝนจากเราอีกครั้ง หลายคนในกลุ่มรวมทั้งผม เราสูญเสียเลือดให้กับเจ้าทากตัวน้อยไปหลายจ้ำ เลือดแค่ยุงกัด เราเต็มใจแลกกับเวลาในสวรรค์ป่าดิบแห่งนี้

Comment

Comment:

Tweet

อา... ดีจังเลยแฮะ
อยากไปเขาสกมากๆ เลย ทั้งที่อยู่ใกล้แต่ก็ยังไม่ได้ไปซักที

ได้แค่นั่งรถผ่าน
ชอบเขาสกตอนเช้าที่สุดเลย ผ่านกี่ทีเจอทะเลหมอกทุกที

#4 By Luna~ on 2007-07-14 16:47

ถ้าจะบอกว่า
เราชอบฤดูฝน
ใครจะว่าเราบ้าไหม

*เล่าเหมือน ขับ รถ เอง เลยล่ะ

#3 By pattararanee (203.118.73.57) on 2007-06-30 23:01

เคยเข้าไปในเขาสกเมื่อนานมาแล้ว แต่ยังเข้าไม่ลึกเท่าไหร่ค่ะ
สำนวนการเขียนดีจังเลยค่ะ (แอบชอบ)เหมือนได้นั่งอ่านบทความเลย ^__~

#2 By wanako_chan on 2007-06-30 22:12

ได้ไปผจญภัยเพิ่มประสบการณ์นี่ดีจังนะขอรับ
แต่ระวังเลือดหมดตัวน้า

#1 By saya chan on 2007-06-30 16:50