น้ำในทะเลแนบตัวเองแน่นิ่ง ฟ้าใส แดดจ้า มาสองสามวัน ฝนคงลาฟ้าไปแล้ว แต่ก็คงเอาแน่อะไรไม่ได้ ในเมื่อดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย วันหนึ่งในฤดูฝนผมยังจำได้ วันที่ผมต้องเดินตากฝน แล้วได้คำตอบอย่างหนึ่งให้กับชีวิต ความสะดวกสบายที่ทุกคนขาดไม่ได้ แท้จริงแล้วคือภัยเงียบที่กัดกร่อนร่างกายของเราทุกวันๆ
ยามเมื่อสายฝนร่วงโปรยจากฟากฟ้าสูงลิบ ความเหน็บหนาวมักแฝงมาด้วยทุกๆ ครั้ง หนาวเหน็บกายหากร่างต้องสายฝน บางครั้งยังรู้สึกหนาวเหน็บใจ แม้ส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ได้เปียกปอนน้ำฝน
วันนี้ฝนยังตกไม่เว้นช่วงตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ บ่ายสามโมงกว่าแล้ว ฝนไม่มีที่ท่าว่าจะให้ผมก้าวย่างออกจากบ้าน หากกลัวเปียก ผมกลัวจริงๆ ไม่ชอบทั้งเปียกและความเย็นเหน็บจากน้ำฝน แต่สายฝนคงหยุดหน้าที่การงานของคนทั้งคนไม่ได้ ระยะทางทั้งสองกิโลเมตรจากที่บ้านไปยังจุดนัดพบกับคนขับรถ ไม่ไกลเลยหากผมมีมอเตอร์ไซค์หรือพาหนะอย่างอื่น แต่ผมไม่มี สายฝนกระหน่ำกับระยะทางแค่นั้นด้วยขาสองขาหนักหนาพอดู ผมลังเล ช่วงที่รอคำตอบจากตัวเองว่าจะเอายังไง เวลาเริ่มเร่งเข้ามา
ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมตัดสินใจ ดึงเจคเก็ตตัวเก่าสภาพใหม่จากไม้แขวน เพราะไม่ค่อยได้ใช้ คงถึงเวลาที่ต้องทดสอบอย่างเอาจริงเอาจังเสียที กันฝนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงหรือเท็จหรือแค่คำโฆษณากันแน่ เท้าก้าวอออกจากชายคาบ้าน ฟ้ายังกระหน่ำฝนใส่ตัวฝนอย่างไม่ยั้ง ฝักบัวอาบน้ำแรงสุดแค่ไหนคงแค่นั้น ผมเดินไปเรื่อยๆ ตามถนน ขาสองข้างสลับข้างกันทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง จากไม่กี่เมตร กลายเป็นร้อยเป็นพันเมตร ผมเริ่มรู้สึกล้า ขาเริ่มหนัก ประสาทสัมผัสเริ่มรู้สึกถึงเม็ดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านรูขุมขนพร้อมๆ กับไอร้อนที่ถูกขับออกมา สมองทำหน้าที่คิดอะไรเรื่อยๆ เปื่อยๆ ไปตลอดทาง นานเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่เคยตากฝนแบบนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ได้เดินด้วยระยะทางไกลขนาดนี้ ผมเสียเหงื่อ เสียเวลานิดหน่อย แต่ผมได้รู้ว่าร่างกายของผมมีความสามารถทนกับความเหนื่อยได้แค่ไหน ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ ร่างกายเรายิ่งบอบบางลงเท่านั้น
ผมรู้สึกดีที่ตัดสินใจเดินไกลกลางสายฝน ได้รู้ข้อจำกัดของตัวเอง ชีวิตปัจจุบันที่มีความสะดวกสบายตอบสนองในทุกการเคลื่อนไหว วันหนึ่งหากเราได้ทำอะไรที่ยากลำบากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น วันนั้นเราได้รู้ว่ายิ่งสบายมากเท่าไหร่ ร่างกายเรายิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น ว่าไหมครับ