“อยากไปเที่ยวเวียดนาม อยากปีนหลังคาอินโดจีน” ผมเปรยกับเพื่อนบ่อยๆ ถ้าการสนทนาครั้งไหนมีหัวข้อเกี่ยวกับท่องเที่ยวแอบแฝงอยู่ในนั้น หลายคนในกลุ่มเพื่อนอยากเหมือนผม แต่เขาพูดประโยคไม่เหมือนผม ทุกคนอยากไปเที่ยวเวียดนามแต่ทุกคนไม่อยากปีนหลังคาอินโดจีน แล้วทุกคนก็สรุปตรงกันว่าผมบ้า
ความคิดแค่อยากพิชิตของสูง กลายมาเป็นความมุ่งมั่นเงียบๆ ที่อยากทำให้ได้ในเวลาต่อมา เมื่อไหร่ก็ได้ตอนที่มีแรงแต่ไม่ได้เร่งรัดตัวเอง
ตอนนั้นผมคิดแค่ว่า อยากปล่อยให้ความฝันสุกงอมเต็มที่ก่อน รอจนเราคลั่งที่จะทำ วันนั้นแรงขับเคลื่อนในกายคงมีมากพอที่ก่อร่างสร้างฝันให้เป็นจริง
เวียดนามกลายมาเป็นประเด็นทางการเมืองของกลุ่มเราอีกครั้ง เมื่อสายการบินโลคอสต์สายหนึ่งประกาศโปรโมชั่นเส้นทางระหว่างกรุงเทพกับฮานอยราคาเที่ยวละหนึ่งบาท เหรียญแค่เหรียญเดียวจะพาคนเราบินข้ามแผ่นดินไปเวียดนามได้ แค่กับดักการตลาด ผมเฉยๆ ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย
เพื่อนๆ พยายามจองที่นั่งให้ได้ หลังจากการพูดคุยถกเถียงเรื่องช่วงเวลาที่สะดวกที่สุดสำหรับทุกคนที่จะร่วมทางกันครั้งนี้ แล้วเราตกลงกันที่ต้นเดือนพฤษภาคม
“พี่ชาญ ขอเลขที่บัตรประชาชนกับชื่อ นามสกุลหน่อย” ความคิดผมไม่เร็วเท่าปากตัวเอง ตัวเลขสิบสามหลักบนบัตรส่งผ่านอากาศไปยังปลายสายทันทีทันใด แค่นี้เอง เพื่อนรุ่นน้องก็วางสายไปเรียบร้อย พอนึกขึ้นได้ ถามได้แค่ตัวเองว่า แล้วมันจะขอไปทำไม แต่ช่างเหอะ มากกว่านี้สำหรับเพื่อนสนิทผมก็ให้ได้
คำตอบของคำถามที่ถูกลืมมาเฉลยหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ตัวเลขของผมได้กลายเป็นข้อมูลสำหรับการยืนยันตั๋วเครื่องบินในการเดินทางไปเวียดนาม ผมอึ้งไปพักใหญ่ ไม่แน่ใจตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วกว่าที่ผมได้เตรียมใจไว้ คำถามหลายคำถามผ่านเข้ามาในหัว บางคำถามผ่านออกไปพร้อมกับคำตอบ บางคำถามยังตกค้างอยู่ในหัว
ครั้งหนึ่งผมลองชั่งใจตัวเอง มันจะดีหรือกับการเอาเงินตราออกนอกประเทศ แต่นึกดูอีกทียังดีกว่าคนไทยใจหรูที่เอาเงินบาทของเราเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ไปใช้สอยของฟุ่มเฟือย ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา เพียงเพื่อการมีหน้ามีตาในสังคมตรงนั้น เสียดายที่เขาเห็นค่าเงินแค่กระดาษ
ความฝันที่มาเร็วกว่าที่คิดไว้มักมาพร้อมกับความกลัว ความลังเล ความไม่แน่ใจ แต่ช่างเถอะ พร้อมไม่พร้อมก็ต้องออกเดิน หากเราไม่คิดจะก้าวเท้าออกไป แล้วเมื่อไหร่ เราจะได้ประทับรอยเท้าบนเส้นทางฝัน ขจัดความกลัวด้วยการลงมือทำคือทางออกที่ดีที่สุด
ในที่สุด ผมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับแค่ 3400 บาท กับสายการบินโลโก้แดง จากภูเก็ตไปกรุงเทพและจากกรุงเทพไปฮานอย เหลือเวลาอีกหลายเดือนในการเตรียมตัว หลายคืนที่ผมนอนนับวันเวลา เร่งให้วันนั้นมาถึง วันที่ผมได้ออกนอกประเทศครั้งแรกกับการเดินทางที่โหยหา พาสพอร์ตของผมจะได้มีน้ำหมึกมาเป็นรอยประทับไม่ให้กระดาษว่างเปล่าอีกต่อไป ช่วงไหนที่เราเฝ้ารออะไรสักอย่าง เวลาผ่านไปเชื่องช้าเสมอ วันหนึ่งที่มียี่สิบสี่ชั่วโมงแต่ในความรู้สึกเหมือนจะเพิ่มเป็นสองล้านสี่แสนชั่วโมง
การเดินทางที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ สิ่งหนึ่งมาจากความฝัน การรักการเดินทาง แต่ถ้าไม่มีกลยุทธการตลาดบาทเดียว ผมยังไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ ผมจะได้เริ่มต้นการเดินทางไปยังประเทศนี้