2008/Jul/04

เวรกรรมหรือโชคดีของผมไม่รู้ที่เกิดมาและมีชีวิตอยู่ในยุคที่เราใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าบริการหรือแม้แต่เงินด้วยกันเอง  ทำให้บางคนถึงกับคิดว่าเงินสามารถซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่อำนาจ พลอยเชื่อว่าเงินคือพระเจ้าที่สามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างตามใจอยาก สังคมปัจจุบันจึงมีเรื่องเกี่ยวกับเงินทั้งดีและร้าย ผ่านเข้าหูไม่เว้นแต่ละวัน เราจึงจำเป็นและต้องจำใจยอมรับว่าเงินมีความสำคัญตั้งแต่เรื่องของการกิน การอยู่และการตาย นั่นแสดงว่าการไปเที่ยวเวียดนามของผมครั้งนี้ เงินเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างหนึ่ง

จากการพูดคุยกันในขั้นต้นกับอาร์ยู สาวคนเดียวในกลุ่มที่เคยไปเยียนเวียดนามมาแล้ว พอสรุปได้ว่าการใช้จ่ายที่เวียดนามไม่แพงอย่างที่คิด แต่เงินที่จะติดตัวไป ต้องเป็นเงินดอลล่าร์เท่านั้น 

200 คือ ตัวเลขที่เรากะประมาณการไว้สำหรับการเดินทาง เที่ยว กิน อยู่ ในเวียดนามตลอดสิบวัน หน่วยของมันไม่ได้เป็นบาทนะครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ไม่ถูกขนาดนั้น ดอลล่าร์ คือหน่วยพ่วงท้ายตัวเลขจำนวนนี้

 แค่สองร้อยดอลล่าร์เอง ความรู้สึกทั้งของคนฟังและคนพูดคงไม่แพง แต่ถ้าเปลี่ยนจากคำว่า แค่ เป็น ตั้ง แล้วเน้นเสียงตรงคำนี้ ความรู้สึกทั้งคนฟังและคนพูดจะเปลี่ยนไปด้วย จากแค่สองร้อยเองไม่แพงกลายเป็น โห ตั้งสองร้อยเชียว แพ้ง แพง

การเดินทางครั้งนี้ ผมและเพื่อนตั้งใจจะให้เป็นทริปที่ประหยัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  แต่จะได้หรือไม่ได้ คำตอบคงรออยู่ข้างหน้า  เงินไมได้เป็นพระเอก แต่เป็นแค่ตัวประกอบสำหรับเราครั้งนี้ ความฝันที่จะเดินทางต่างหากที่รับบทเป็นตัวนำ

เงินส่วนหนึ่งของเราแปรสภาพเป็นตั๋วเครื่องบินไปนานแล้ว แต่เราต้องมีเงินอีกส่วนหนึ่งอยู่ในกระเป๋าตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น แล้วปริมาณเท่าไหร่ แค่ไหนถึงจะพอ นั่นคือ คำถามที่ทำให้ผมต้องขบคิด  การใช้จ่ายของเราตลอดการเดินทางในเวียดนามคงไม่แพงมาก คิดไปคิดมา คำนวณแล้วคำนวณอีก สรุปยอดค่าใช้จ่ายที่เป็นไปได้ประมาณ 200 ดอลล่าร์  ตลอดสิบวันที่อยู่ที่โน่น  รวมค่ายานพาหนะ ที่พัก ค่าทัวร์และค่าอาหารการกิน

สำหรับผมต้องไม่ลืมค่าทัวร์ที่นอกเหนือไปจากคนอื่น คือ ค่าการเดินทางขึ้นยอดฟานซีปัน จากที่ลองค้นดูจากอินเตอร์เน็ต ราคาทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างน้อยสองคนจะอยู่ที่ประมาณ 60 120 ดอลล่าร์ต่อคน ด้วยเวลาสามวันสองคืน ผมต้องคิดเผื่อไว้ด้วยว่า หากไม่มีนักท่องเที่ยวรายอื่นในคราวเดียวกับผม แน่นอนค่าใช้จ่ายของผมอาจจะสูงขึ้นตามไปด้วย ถ้าสุดท้ายผมต้องไปคนเดียว  

ผมจัดการเปลี่ยนสกุลเงินบาทให้เป็นดอลล่าร์สกุลกลางทั่วโลกในวันเริ่มต้นการเดินทาง  สองร้อยดอลล่าร์น่าจะเพียงพอ  ร้อยดอลล่าร์แรกเก็บไว้ใช้ อีกร้อยดอลล่าร์ที่เหลือค่อยเอาไปแลกเงินด่องเวียดนาม

เงินแค่นี้ ผมและเพื่อนคิดว่าพอ และมั่นใจว่าพอ 

นาทีสุดท้ายก่อนที่ลาบ้านเกิดเมืองนอน ในกระเป๋าสตางค์ผม สองร้อยดอลล่าร์ที่คิดว่าพอ เงินไทยที่เหลือติดกระเป๋าอีกประมาณไม่กี่พันบาท  บัตรพลาสติกอีกสองสามใบ หากไม่โชคร้ายเกินไปหนัก หากตกที่นั่งลำบาก นาทีฉุกเฉินสามอย่างนี้คงช่วยผมได้  หากไม่มีอะไรช่วยผมได้ก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรม

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอให้งบไม่บานปลาย
และเดินทางมีความสุขนะคับopen-mounthed smile

#1  by  rokjitjung At 2008-07-04 02:18, 
เอ่อ ไ่ม่ทันดู
เหมือน จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วสินะคับsad smile
ไว้จะมาตามอ่านต่อopen-mounthed smile
#2  by  rokjitjung At 2008-07-04 02:23, 

<< Home