2008/Jul/06

      อากาศคือสิ่งที่ไม่มีตัวตน เราไม่เคยเห็นอากาศ และคงไม่มีใครเคยเห็นอากาศ แต่อากาศสำคัญที่สุดสำหรับการมีชีวิตอยู่ หากวันใดไม่มีอากาศวันนั้นเราคงไม่มีลมหายใจ
 
     ครั้งนี้ผมเดินทางทางอากาศไปเวียดนาม การเดินทางครั้งนี้คงไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้ใครต่อใครเห็น เหมือนกับการเดินทางทางอื่น ผมไม่เคยเห็นรอยล้อเครื่องบินบนก้อนเมฆ เหมือนรอยล้อรถหรือรอยเท้าบนถนน จากกรุงเทพสู่ฮานอยใช้เวลาแค่สองชั่วโมง น่านฟ้าไม่เคยมีกำแพงกั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ หรือมีแต่เรามองไม่เห็น
 
      เครื่องบินค่อยๆ เพิ่มความเร็วแล้วถีบลำลอยขึ้นไปในอากาศ ผมชอบนั่งข้างหน้าต่าง มองอะไรเพลินๆ ผ่านช่องใสๆ ลงไปเบื้องล่าง ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มห่างออกไปจากสายตา เล็กลงๆ จนกลายเป็นแค่จุดเล็กๆ ที่แต้มอยู่บนผืนดินเมื่อเครื่องบินได้ระดับ ผ่านหน้าต่างออกไป ท้องฟ้าจากที่เคยสูงแสนสูงจากเบื้องล่าง ตอนนี้มันอยู่แค่เอื้อม ผืนดินเบื้องล่างต่ำแสนต่ำ     
 
      เราเคยได้ยินได้ฟังมาว่า ท้องฟ้าคือสวรรค์เป็นที่อยู่ของเหล่านางฟ้าเทวดาและคนดีที่ตายแล้ว ครั้งนี้แม้ผมไม่ได้เป็นเทวดาหรือคนดีที่ตาย แต่ผมได้อยู่บนท้องฟ้าเฉกเช่นเดียวกับคนเหล่านั้น นานที่สุดตั้งแต่เกิดมา ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แค่ผมไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินไปยังปลายทางที่ไกลๆ แค่นั้นเอง
 
      ยิ่งอยู่บนท้องฟ้านานเท่าไร ผมยิ่งพบว่าท้องฟ้ากว้างกว่าที่ตาเราเห็น หากไม่ได้อยู่บนนี้ เราเห็นท้องฟ้าได้ไกลที่สุดจนสุดสายตา ณ เส้นขอบฟ้า ในวันที่เท้าเหยียบอยู่บนทรายขาวของชายหาดที่ไหนสักที่ แต่วันนี้ผมเห็นมากกว่านั้น ผมไม่เห็นเส้นขอบฟ้า สายตาของผมหาเส้นขอบฟ้าไม่เจอ
 
      ทุกที่มีแต่ผืนฟ้าคราม เมฆลอยนิ่งในอากาศเหมือนกับฟองน้ำลอยอยู่บนผิวน้ำทะเลสาบ แน่นิ่ง ล่องลอย ว่างเปล่า ผมไม่รู้ว่าข้างนอกจะหนาวอย่างที่เขาว่าไว้ไหม ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่ในเครื่องบินตอนนี้ผมหนาว ไม่ได้หนาวเพราะอยู่สูง แต่เพราะเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักไม่แพ้กัปตันและพนักงานต้อนรับบนเครื่อง
 
      ความเวิ้งว้างนอกหน้าต่างทำให้ผมรู้สึกสงบ เยือกเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ รอบข้างคือความว่างเปล่า ไม่มีสิ่งยั่วยุต่างๆ ให้เกลือกกลั้วอย่างเคย ผมว่าหากคนเราอยากหาความสงบ คงไม่ยาก แค่มองทุกอย่างให้เป็นความว่างเปล่าแค่นั้นเอง   
     เครื่องบินเคลื่อนผ่านอากาศอย่างเชื่องช้าในความรู้สึก แต่ความเป็นจริงคงเร็วกว่าหลายเท่า บางครั้งกระตุกบ้างตามสภาพอากาศ หลุมอากาศทำให้เครื่องบินกระแทก แต่แปลกผมไม่ยักเห็นว่าที่ไหนมีหลุม อยากถามกัปตันเหลือเกินว่าเราเลี่ยงหลุมอากาศได้ไหม
 
      หากวันนี้ผมไม่ลงเครื่องที่ฮานอย นั่งเครื่องไปเรื่อยเปื่อย ตามหารอยตะเข็บของท้องฟ้า ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีวันที่จะค้นพบได้ ท้องฟ้ากว้างกว่าที่ตาเห็นมากมายนัก เวลาสองชั่วโมง ผมไม่เห็นอะไรสักอย่าง นอกจากก้อนเมฆ ดวงอาทิตย์ และผิวโลกทั้งตอนเริ่มและจบการเดินทาง
 
     หากผมเดินทางกลางคืน คงมีดวงจันทร์และดวงดาวแทนดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าคงมืดกว่าอย่างที่ตาเห็นในตอนกลางวัน วันหนึ่งผมจะลองเดินทางกลางคืนบ้าง จะได้รู้ว่าท้องฟ้าที่กว้างไกลในตอนกลางวันจะกว้างหรือแคบกว่า บางทีการมองอะไรๆ ในช่วงเวลาที่ต่างกัน เรามักเห็นความแตกต่างไปจากความเหมือน

edit @ 7 Jul 2008 13:12:18 by นายมาแล็ง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home