เดินย่ำ ค่ำโรแมนติก

 

ดวงอาทิตย์เริ่มลดดวงต่ำเกือบลาลับขอบฟ้าฮานอย เย็นสุดท้ายอากาศพอดูได้ วันนี้ทั้งวันเราใช้เวลาไปกับอ่าวมรดกโลก แม้จะเหนื่อยกับการต้องนั่งตัวลีบในรถทั้งไปและกลับ แต่เรี่ยวแรงเรายังมีพอเพราะความรู้สึกคอยกระซิบข้างๆ หูตลอดว่า เวลาของความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ  ท้องฟ้ายังครึ้มๆ ไม่มีสายฝนโปรยปรายลงมาให้เป็นอุปสรรคของการเดินเท้าเล่นของเรา เวลายิ่งน้อยยิ่งทำให้เราต้องคิดว่าจะทำอะไรให้คุ้มกับเวลาที่เหลือน้อยมากที่สุด

ตกลงได้ข้อสรุปตรงกันคือ เรายังไม่เคยไปเดินเล่นที่ทะเลสาบตะวันตก (West Lake) ด้วยระยะทางไกลไม่ใช่เล่นจากโรงแรม เควเสนอให้เราใช้ล้อเป็นตัวช่วยในการเดินทาง แค่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เบื้องหน้าของเราคือกระจกน้ำบานใหญ่ที่สะท้อนผืนฟ้าสีทองเปื้อนเมฆขาวยามเย็น จักรยานเป็ดลอยลำเป็นแพรอคนโรแมนติกจับถีบเล่นกับคนรักยามโพล้เพล้ แต่ไม่ยักเห็นใครทำอย่างว่า (หรือว่าแถวนี้ไม่มีคนโรแมนติก) รอบๆ ทะเลสาบหนุ่มสาวนั่งจับคู่กระหนุงกระหนิงราวกับจะบอกคนรอบข้างด้วยกันว่า โลกนี้มีแค่เราสองคนใครไม่เกี่ยวอย่ามายุ่งนะเว้ย ไม่ใช่อยากมีเรื่องหรือเข้าไปเป็นก้างขวางคอหรอกแต่อดไม่ได้ต้องขอเอี่ยวด้วยคนครับ ขอแค่เก็บภาพทิวทัศน์ที่มีคนคู่น่ารักๆ เติมเต็มบรรยากาศแค่นั้นเอง

 

 

 สุขสั้น ผูกพันยาว

               

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา สุภาษิตฝรั่งเขาว่ากันแบบนั้น ผมว่าตามเขาอีกที

คนเราเมื่อไกลบ้านต่อให้ ใจแข็งแค่ไหน ไม่วายต้องมีอารมณ์คิดถึง สิบวันในเวียดนามผ่านไปเร็วเหมือนแค่วันสองวัน แต่มันก็มากพอที่ทำให้โหยหารสชาติอาหารไทยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อกลับไปถึงเมืองไทย อย่างแรกที่ผมต้องทำคือการตรวจสอบปุ่มรับรสบนลิ้นว่ายังทำงานดีอยู่ไหม

เช้าสุดท้ายในเวียดนาม เราทั้งห้ายังอยู่ในฮานอย เวลาของการเดินทางในประเทศนี้เริ่มต้น  ดำเนิน และสิ้นสุดที่นี่  อากาศยังขมุกขมัวต่อเนื่องมาจากเมื่อคืน  ตาของผมมองผ่านกรอบหน้าต่างของห้องนอนลงไปด้านล่าง ภาพชีวิตผู้คนยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเช้าแรกในฮานอย ชีวิตที่เรียบง่าย ดูไม่เร่งรีบ ยังคงชินตา เสียงแตรรถยังแผดร้องให้ระคายหูเหมือนเดิม

 จากวันแรกจนถึงวันนี้ทุกอย่างโดยรวมยังเหมือนเดิม  เว้นแต่ความรู้สึกของผม ความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจกับภาพที่ไม่เคยคุ้นเคยในช่วงเริ่มต้นการเดินทาง  จากนั้นความรู้สึกเหล่านี้เริ่มละลาย เจือจางและเหือดหายไปจากใจในที่สุด จนวันนั้นความรู้สึกไม่อยากจากลาเริ่มเข้ามาแทนที่  แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของของทุกอย่าง ชีวิตต้องดำเนินต่อไปข้างหน้า ก้าวทุกก้าวของทุกการเดินทางต้องผ่านการทำความรู้จัก ความผูกพัน และการจากลา แน่นอนทุกความรู้สึกที่ผ่านเข้ามา หลายๆ ครั้งเราต้องเสียน้ำตา หรือแลกด้วยเสียงหัวเราะ  นั่นคือประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่าสำหรับผม

การทำความรู้จักกับประเทศแค่เศษเสี้ยวของเสี้ยวแผ่นดินและผู้คนเพียงแค่ไม่กี่คนในจำนวนประมาณแปดสิบห้าล้านคนของแผ่นดินนี้ ตลอดสิบวันที่ผ่านมา อย่างหนึ่งผมได้ค้นพบว่า หากคนเราได้ทำความรู้จักกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด แม้แค่เวลาไม่มากมาย แต่หากเรามีใจให้ ความรู้สึกสนิทสนม การอยากทำความรู้จัก จะยิ่งดึงให้เราอยากใกล้ชิดเข้าใกล้และยิ่งไม่อยากผละจากในวันที่ต้องลา

ช่วงเช้ากำลังคืบคลานอย่างเชื่องช้าเข้าสู่ช่วงสาย ทุกอย่างดูเงียบเหงากว่าวันก่อนๆ เรารวบรวมกระเป๋าที่จัดไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืนไว้ด้วยกัน  ตกลงกันว่าเวลาที่เหลือไม่กี่ชั่วโมง สาวๆ คงทิ้งท้ายด้วยการซื้อของหลังอาหารเช้ามื้อสุดท้ายในเวียดนาม  เป็นโอกาสดีสำหรับผมด้วยที่จะได้เก็บเกี่ยวภาพชีวิตของคนที่นี่อีกเช้า

ฝีเท้าของทุกคนก้าวสม่ำเสมอไปด้วยกัน ย่างก้าวของผมเริ่มเชื่องช้ากว่าคนอื่น ไม่ใช่เพราะผมเหนื่อยหรือเดินไม่ทันคนอื่นเขา แต่มือของผมต่างหากที่ทำให้เท้าชะงักก้าว ภาพผู้หญิงปั่นจักรยานบรรทุกตะกร้าดอกไม้หลากสี ภาพหญิงสาวกลางฝูงชนกับลูกโป่งหลากสีที่ล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ  และภาพอีกหลายภาพที่นอนนิ่งอยู่ในการ์ดของกล้องถ่ายรูปดิจิตอลตัวเก่งของผม เทคโนโลยีช่วยให้เรามีเครื่องมือแก้โรคคิดถึง

ขากลับสาวๆ ในกลุ่มมาพร้อมกับถุงสารพัดถุงในมือ  แต่ผมยังมีสองมือกับกล้องเท่าเดิม ผมไม่กล้าปริปากถามใครๆ ว่าเหมือนผมไหม ตอนนี้สมองผมคงมีรอยหยักมากขึ้น รอยหยักที่ยัดแน่นความทรงจำในเวียดนาม

คำลาถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อกับเพื่อนพนักงานในโรงแรม แม้ทุกคนที่นี่จะไม่เสแสร้งยกยอปอปั้นให้เราเป็นพระเจ้าแค่ต่อหน้าอย่างที่อื่น  แต่ผมดีใจกับความเป็นเพื่อนที่ได้มาโดยไม่ได้แต่งเติม

แท็กซี่พาเรากลับทางเดิม สนามบินและสายการบินเดิมรอเราอยู่  เรามาและกลับทางเดิม แต่ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป วันแรกที่ย่างผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเข้ามา สิ่งใหม่มากมายรอผมอยู่ วันนี้หลังจากผ่านด่านออกไป สิ่งเก่าที่คุ้นเคยรอผมอยู่

ความคิดถึงความผูกพันต่างหากที่ดึงคนเรากลับมาจากการเดินทาง ในขณะที่วันหนึ่งความผูกพันของการเดินทางจะดึงเรากลับไปอีกครั้งและอีกครั้ง อย่างไม่รู้จบ

หากคุณไม่เชื่อผม ลองออกเดินทางสักครั้งซิครับ แล้วคุณจะรู้

Comment

Comment:

Tweet

เชื่อค่ะ

เพราะว่าตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางครั้่งแรกของชีวิต

ความผูกพันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

อยากเห็นรุปจัง

เอามาอวดมั่งนะจ๊ะsurprised smile

#1 By Naphathara on 2009-02-18 08:31