มองออกไปข้างนอกมืดมิดเหมือนกับทุกๆ คืนที่ผ่านมา ในห้องทำงานสว่างเหมือนเดิมด้วยแสงไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ให้แสงสว่างแทนดวงอาทิตย์

    ความเงียบทำหน้าที่ของมันอย่างทุกคืนที่ผ่านมา มือที่ลากเมาท์ไปมาเรื่อยๆ ในขณะที่นิ้วขี้ทำหน้าที่กดลงบนปลายเมาท์เพื่อจะเข้าสู่โลกที่ซุกซ่อนอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งที่ซับซ้อนกว่า สิ่งที่เราอยากรู้อยากเห็นปรากฏกายอยู่บนจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ

     นิ้วจิ้มลงบนแป้นพิมพ์ดีด อย่างไม่มีจุดหมาย มือ นิ้ว ตัวอักษร และจอสี่เหลี่ยม ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า หากเปรียบมันก็คงเป็นการเดินทางอย่างหนึ่งของผม แต่ในโลกเสมือนแทนที่จะเป็นโลกความจริง ดูเผินๆ บางคนคิดว่าเหมือนกัน แต่การเดินทางของสองโลกต่างกันอย่างฟ้ากับดินและคงไม่มีวันบรรจบกันที่ไหนสักแห่ง ทั้งๆ ที่เราเห็นพื้นดินจรดฟ้าตรงตำแหน่งสุดสายตาไกลๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

     จริงอยู่ เราสามารถหาอะไรๆ ที่ต้องการได้จากสิ่งตรงหน้า เรื่องที่อยากรู้ เพลงที่อยากฟัง จุดหมายของการเดินทางและอีกหลายๆ อย่าง ที่บางคนแอบคิดเลยเถิดไปว่าสิ่งเหล่านี้ตอบสนองทุกๆ ความอยากได้

     ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม ยิ่งผมหลุดเข้าไปในโลกเหล่านี้ ผมยิ่งรู้สึกเหงาประหลาด มันไม่ใช่การเดินทางในชีวิตจริง มันแค่การเดินทางเสมือน สิ่งตรงหน้ามันแค่สองมิติ ไม่มีตื้น ลึก หนาบาง  ที่สำคัญมันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับผม ผมอาจจะมีความรู้สึกกับมัน แต่ก็แค่ข้างเดียว

     ในความสะดวกสบายแค่เอี้ยวตัวยิ่งทำให้จิตใจคนเราดิบขึ้น ความรู้สึกบางอย่างหายไปพร้อมสิ่งเสมือนเหล่านี้ คนเรารักสิ่งสำเร็จรูปมากขึ้น ผมอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตคนเรายิ่งนับวันเริ่มเข้าใกล้กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้าไปทุกทีๆ มีแค่รสชาติกับความง่าย แต่เนื้อแท้ไม่ได้มีแก่นสารอะไรเลย

     บางคนชอบสิ่งเหล่านี้ ฉาบฉวย ง่ายดาย ไม่ต้องลงแรง แต่ผมไม่ใช่แบบนั้น อาจจะสวนทางกับคนทั่วไป ตรงที่อยากลงทุนลงแรงกับสิ่งที่อยากได้ เหนื่อยหน่อยแต่ก็ได้คุณค่าทางจิตใจ คงเหมือนกับการเดินทางที่ผมหลงไหลหัวปักหัวปำ หลายคนอยากประหยัดเวลา ย่นระยะทาง อยากสะดวกสบายแต่ได้เห็นทุกอย่างที่อยาก แต่ไม่ได้เฉลียวใจว่าต้องสูญเสียรายละเอียดและรสชาติไปมากมายเท่าไหร่

    วิธีของผมอาจจะไม่ง่ายสำหรับทุกคน แต่ก็ไม่ได้ยากสำหรับคนที่คิดอย่างผม เชื่อไหมว่า ยิ่งเราคิดไม่เหมือนคนอื่นมากมายเท่าไหร่ ความเหงายิ่งกลายมาเป็นเพื่อนเรามากมายเท่านั้น เหงาหน่อยเพื่อลิ้มลองรสชาติ ดีกว่าวุ่นวายสับสนแต่จืดชืดจนขาดสีสัน

edit @ 23 Mar 2009 03:12:14 by นายมาแล็ง

edit @ 25 Apr 2009 06:52:30 by นายมาแล็ง

Comment

Comment:

Tweet

ชอบจังเลยค่ะ

#6 By โบว์ (61.90.123.9) on 2009-08-26 23:23

เชื่อเเล้วค่ะว่า ให้มองลึกกว่าเปลือกนอกที่เห็น ค่ะ big smile

#5 By Baayjai on 2009-08-25 18:07


เขียนได้น่าสนใจดีครับ big smile

#4 By ทิว แอด ไฟน์ on 2009-07-08 01:26

เข้ามาอ่านครั้งแรก ก็ Night Dairy IV เข้าไปแล้วเดี๋ยวจะกลับไปอ่านอันอื่นอีกนะ ชอบอ่านที่พี่ชาญเขียน เคยอยากเขียนบ้าง เวลาที่เจอเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต แต่ไม่ได้ทำสักที

#3 By zasa (222.123.102.140) on 2009-05-29 23:09

น่าจะเขียนบ่อย ๆ จะได้รวมเล่ม ..

#2 By amesan on 2009-04-22 10:47

ถ่ายฟิลม์ไหมครับ ?

^^ ชอบที่เขียนนะครับ

#1 By djbarge on 2009-04-01 14:19