ยามเครื่องบินลอยลำ ผมหลับไหล ตื่นอีกทีตอนเครื่องลดระดับต่ำลงๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง สีเขียวจากทุ่งนาผืนกว้างเติมความสดชื่นไล่ความอ่อนเพลียออกไปได้บ้าง ด้วยความไม่แออัดและพลุกพล่านของสนามบินเชียงรายทำให้เราก้าวพ้นจากขั้นตอนทีน่าเบื่อได้อย่างไม่เชื่องช้า รอกระเป๋าก็ไม่นาน ระยะทางจากสายพานรับกระเป๋ากับหน้าอาคารโดยสารไม่ไกลเลย เมื่อเทียบกับสุวรรณภูมิที่เดินกันขาเกือบลาก บางทีความใหญ่โตที่คนเราจงใจสร้างขึ้นมา มันไม่ได้มีประโยขน์อะไรมากมายไปกว่าการคิดถึงหน้าตาที่ได้แปะหราว่าเป็นที่สุดในโลก

แค่ระยะทางใกล้ๆ จากสนามบินไปยังสถานีขนส่งเชียงราย ระหว่างที่รอเวลาออกของรถเมล์แดงประจำทางสายเชียงรายเชียงของ  เรายังพอมีเวลาหาอะไรใส่ท้องพอให้มีเรี่ยวแรงกับการเดินทางต่อ

ที่นี่ฝนพบชาเย็นที่อร่อยที่สุดที่เคยเจอมา เธอบอกเราอย่างนั้น หลายคนในนี้ก็พยักหน้าสนับสนุน รวมทั้งผม แม้จะไม่เต็มปากเต็มคำสนับสนุนแต่ก็ไม่คัดค้าน

หลายๆ อย่างในเมืองนี้ดึงให้มือเรากดชัตเตอร์ไปหลายครั้ง ความเรียบง่ายไม่วุ่นวายอย่างเมืองหลวงเป็นเสน่ห์ที่เราพบได้ไม่บ่อยนัก

เรานั่งรถออกนอกเมืองมาไปทางเชียงของใช้เวลาประมาณสักสองชั่วโมงกว่าๆ รถเมล์ที่ดูอาจจะไม่สะดวกสบาย แค่เรียบง่ายอย่างที่เราต้องการและเป็นวิธีเดียวที่ทำให้เราได้สัมผัสรสชาติแท้ของการสัญจรระหว่างเมือง ช่องว่างระหว่างพวกเรากับคนที่นี่เลยดูไม่ห่างไกลกลวงโหวงและแบ่งแยก

กลิ่นแท้ของที่นี่ ภาพจริงของชีวิตที่นี่ ผ่านตาตลอดสองข้างทาง ทุ่งนาเจิ่งน้ำสีโคลนบอกเราถึงสภาพอากาศตอนนี้ได้ดี ฟ้าครึ้มถูกเมฆฝนระบายด้วยสีเทา สีเขียวรอบตัวทั้งสองข้างถนนดูสดใสอิ่มตัว แม้จะเปียกปอนหน่อยแต่สดชื่น ดีสักอย่างเสียสักอย่างก็เพื่อสมดุล ดีกว่าดีหมดหรือเสียหมดแต่ขาดความพอดี

เที่ยงเราถึงเชียงของ เมืองสงบเงียบ น่าอยู่เลยที่เดียว เราเหมาสามล้อไปยังที่พัก ไม่นานนักพวกเรามายืนอยู่หน้าเรือนพักตำมิหละ ที่นี่ผมเริ่มได้กลิ่นแม่น้ำโขง

เรือนพักท่ามกลางต้นไม้สีเขียว ร่มรื่น ยิ่งรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้พูดคุยกับพี่เจ้าของ แต่เสียดายผมจำชื่อไม่ได้ ครั้งหน้ากลับไปอีกทีรับรองจะจำให้แม่นเลยครับ เราเลือกสองหลังที่มองเห็นแม่น้ำโขงได้ถนัดตาที่สุด ยิ่งตรงระเบียงมีเปลผูกเอาไว้ให้นอนเล่น แค่นี้ก็เป็นสวรรค์ชั้นเล็กๆ สำหรับผมแล้วครับ

ใจหนึ่งอยากจะนอนเล่น ดื่มด่ำบรรยากาศให้หายอยาก ลอกเอาคราบความเหนื่อยล้าทิ้งน้ำโขง แต่อีกใจอยากให้เวลากับเชียงของอีกหน่อย บางทีการรู้จักกันบ้างแม้ไม่มากก็ยังดีกว่าทิ้งไว้ให้เป็นแค่ทางผ่าน

ยิ่งได้แรงยุจากพี่ๆ ที่นี่ เรื่องฤดูกาลจับปลาบึก ว่าปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียวและตอนนี้ชาวบ้านเพิ่งสามารถพิชิตเจ้าบึกยักษ์สดๆ ร้อนๆ ก่อนหน้าเรามาถึงแค่ไม่กี่นาที

ปลาบึกอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เดินเล่นๆ เรื่อยๆ ชมเมือง เลียบโขงยามเย็น แปบเดี๋ยวก็ถึง พี่เขายิ่งสาธยายแบบนี้มีหรือที่เราจะยอมเฉย

คนห้าคน เท้าสิบคู่ เดินผ่านใจกลางเมืองเชียงของ ชมโน่นชมนี่ จุดหมายของเราอยู่ที่ปลาบึก ตรงไหนไม่รู้ แต่ไม่ไกลหรอก พี่เขาบอกมา

edit @ 2 Apr 2013 17:54:11 by นายมาแล็ง

Comment

Comment:

Tweet

ตอนสองมาช้านะเนี่ย

ฮ่าๆ

#2 By pattararanee (125.25.62.223) on 2009-10-12 10:22

big smile

#1 By amesan on 2009-09-17 12:11