ForPNP

ไม่น่าเชื่อว่า แค่คำพูดไม่กี่คำ สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าทริปถ่ายรูปต่อไปของเรา คือ ทริปมาโครน้ำตกโตนไพร ไม่มีใครมีเหตุผลนอกเหนือไปจากถ่ายรูป รุ่งเช้ากระทู้ประกาศทริปตั้งหราบนหน้าเวบบอร์ดด้วยฝ ีมือของฝน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกถ้าผมจำไม่ผิด เราประกาศล่วงหน้าอาทิตย์หนึ่ง อย่างน้อยก็แอบหวังลึกๆ ว่าจะได้มีหน้าใหม่เข้ามาติดกับดักมิตรภาพของเราบ้าง แค่คนสองคนก็ยังดี

เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เราไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าการได้พบเจอกันของคนคอเดี ยวกัน ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาเข้าเวบมากนัก เนื่องจากคอมเสีย งานใหม่ก็กินเวลาแต่ละวันของผมไปเกือบหมด เหลือก็แค่เวลานอน พบปะเพื่อนๆ บ้าง แค่ช่วงเย็น เคยแกล้งพูดเล่นๆ ว่า งานนี้ดีอย่างที่แยกผมให้ออกห่างจากโลกไซเบอร์ได้ แต่สิ่งที่ผมรู้อยู่คนเดียวตอนนั้น คือ ผมเริ่มถูกดึงห่างจากสิ่งที่ผมรักเหมือนกัน ได้รับรู้แค่จากฝน จากบลูบอย ว่าคนเริ่มสนใจทริปของเรามากขึ้นๆ จากห้าหกคนเรากันเอง เริ่มกลายเป็นสิบ สิบกว่าจนเกือบสามสิบ เคยหวังกันแค่ว่าเป็นทริปเล็กๆ ไปน้อยๆ เหมือนครั้งก่อนๆ เราคาดคะเนผิด จากแค่เล่นๆ เราเริ่มคิดให้จริงจังขึ้นอีกหน่อย คุยกันหลายๆ คนอยากให้มีเกมส์หรืออะไรก็ได้ ที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักกัน ไม่ใช่ไปด้วยกัน แล้วต่างคนต่างคุย เราไม่อยากให้เพื่อนใหม่ของเรา ไปแค่ไหนก็กลับแค่นั้น แม้จะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันติดมือกลับมา น้อยที่สุดได้ความรู้สึกที่ดีเปื้อนหัวใจกลับไปหน่อย ก็ดี หรือมากที่สุดคือความเป็นเพื่อนที่ทุกคนยอมให้เข้ามา ในชีวิตต่อจากนี้ไป

วันยิ่งใกล้เข้ามา ที่ผมเห็นชัดเจนที่สุด ฝนยิ่งคิดมาก บอยก็ไม่ใช่ย่อย ผมรู้ไม่ใช่แค่สองคนนี้ ทุกคนในครอบครัวของเราต่างหากที่มองดู ช่วยกันคิด เอาใจช่วยพวกเราเหมือนกัน ผมยังดูห่างๆ ไม่อยากเตรียมการอะไรมากมาย ออกความคิดเห็นบ้าง ก่อนถึงวันจริงประมาณสองถึงสามวัน เรานั่งคุยกันที่ร้านหนังสือ ถึงเรื่องรถ กิจกรรม อาหารการกิน พวกเราตกลงกันว่าอยากมีกิจกรรมอะไรที่ช่วยหลอมหลายๆ คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ดูเหมือนง่าย แต่ก็ยากใช่เล่น ผมเชื่ออย่างที่ผมเชื่อ ว่า คนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน หากทำในสิ่งที่ชอบด้วยกัน จากความชอบส่วนตัวเล็กน้อยจะต้องกลายเป็นมิตรภาพมากม ายมหาศาล

ด้วยเวลาแค่น้อยนิด การเตรียมการแรกเริ่มเราทำได้แค่ให้ทุกคนโอนเงินคนละ สามร้อยเพื่อเป็นค่าจัดการเบื้องต้น ใจจริงผมอยากหาข้าวห่อที่ยังใช้ใบตอง แต่ก็ไม่ใช่ง่ายอย่างที่บอก สุดท้ายจบที่ข้าวกล่องตามสมัยนิยม เรื่องรถที่จะรองรับเพื่อนร่วมทริปเกือบสามสิบคนก็ไม ่ใช่ปัญหา ความตั้งใจผสมกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพวกเราทำใ ห้เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กที่สุด สุดท้ายคือเรื่องกิจกรรม เราไม่รู้จะทำอย่างไรให้ทุกคนต้องข้ามขั้นจากคนแค่รู้จักกันให้กลายเป็นเพื่อนกันในแค่ไม่กี่ชั่วโมง สรุปคือเราอยากมีป้ายชื่อแขวนคอ การแนะนำการเทคนิดการถ่ายภาพให้แก่กันคือสิ่งหนึ่งที ่น่าจะขาดไม่ได้สำหรับทริปนี้ แต่จะทำอย่างไรดี ที่จะไม่ทำให้เพื่อนใหม่รู้สึกเหมือนเราเอาเขาไปใส่ก รง แล้วทำอย่างไรก็ได้ตามใจของเรา

ปากของพวกเรากันเองพูดบ่อยๆ ว่าไม่ได้จริงจัง เน้นสนุกสนาน เน้นมิตรภาพมากกว่าเรื่องรูปที่ได้ แต่คงไม่มีใครห้ามสมาชิกใหม่ๆ ได้ ว่าสิ่งหนึ่งที่เขาคาดหวังคือการได้รู้เพิ่มเติมเกี่ ยวกับการถ่ายภาพบ้าง ปากว่าอย่างแต่ผมเชื่อว่าใจคิดอีกอย่าง อย่างน้อยก็ฝนคนหนึ่งที่กลัวเพือนไม่สนุกสนาน บลูบอยและหลายๆ คนก็เอ่ยปากว่า ถ้าทุกคนไม่พอใจกับการร่วมกิจกรรมครั้งแรกกับพวกเรา แล้วครั้งต่อไปเขาจะกล้ามาอีกไหม ผมอดคิดเล่นๆ ไม่ได้เหมือนกัน ว่าหากเราตั้งใจทำอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วไม่ได้อย่างห วังกับครั้งแรกที่เริ่ม แล้วใครสักกี่คนที่อยากจะลองใหม่ครั้งหน้า เราไม่อยากให้ทริปนี้เป็นทริปแรกและครั้งสุดท้ายของใ ครบางคน

ผมเสนอให้ออกเช้าๆ เพื่อไปถ่ายแสงเช้าที่ท้ายเหมืองก่อน แต่ข้อเสนอตก ด้วยเหตุผลที่ว่าทุกคนยังใหม่ กลัวจะเหนื่อยกันเกินไป

สิ่งที่เราอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับทริปครั้งนี้คือ การประกวดภาพประทับใจ มีสิ่งของรางวัลเล็กน้อยไม่ใหญ่โต แต่ก็หวังให้มีคุณค่าบ้างสำหรับผู้ชนะ

เหลือเวลาแค่วันเดียวของการเดินทาง สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เริ่มก่อตัวให้เราเห็น คอมเม้นต์ขอถอนตัวมีเข้ามาเรื่อยๆ บางคนมีงานด่วน บางคนมีธุระ จนเราหลายคนไม่อยากจะคิดว่าวันจริงจะเหลือกี่คน คงจะมีแค่เรากันเองไม่กี่คนอย่างเก่า ข้าวกล่องฝนสั่งแล้ว ของก็ซื้อแล้ว คงปล่อยเลยตามเลย อะไรจะเกิดก็เกิด
เย็นๆ ของวันนี้ ผมกับฝนนั่งเช็ครายชื่อแต่ละคน ลองแบ่งรถกันดู บางคนอยากเอารถไปเอง แต่ผมขอร้องให้ไปกับรถคันหลักๆ ที่เราจัดไว้ จริงๆ ไม่ได้กลัวว่าจะต้องจ่ายค่าน้ำมัน แต่อยากให้ทุกคนสนุกกันมากกว่า

เราไล่รายชื่อไปเรื่อยๆ บางคนยังไม่โอนเงินและไม่ได้แจ้งอะไรเข้ามา บางคนขอจ่ายวันเดินทาง เราไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่อยากหาความเชื่อมั่นก่อน เพื่อที่นั่งในรถและอาหารการกิน ฝนกับผมไล่โทรตามทีละคนเรื่อยๆ แอบอำบางคนไว้บ้างว่า ต้องนั่งท้ายกระบะจะเป็นอะไรไหม คำตอบที่ผมได้รับ คือเสียงที่ยังหนักแน่น ไม่อิดออดที่จะตอบตกลง ผมแอบดีใจตรงที่ได้เห็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่มั่นใจไ ด้ว่า เราคงไปกันได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน

เย็นของวันสุดท้ายก่อนถึงวัน เรานั่งเช็ครายชื่อใหม่กันอิกครั้ง พบว่าสมาชิกใหม่หลายคนที่เพิ่งออกทริปครั้งแรกกับเรา คืนนี้เราคงนอนตาหลับ เหลือแค่พรุ่งนี้จะออกหัวออกก้อยคงได้รู้

เช้าวันออกทริป บอย eumhing มาถึงก่อนเวลานัดประมาณเกือบสิบห้านาที เพราะโทรมาเช็คจุดนัดพบให้แน่ใจ ใครจะเป็นคนต่อมา ผมไม่รู้ แต่ที่รู้มีโทรศัพท์อยู่สายหนึ่งที่โทรเข้ามา แล้วบอกว่าจะสายสิบนาที ผมอยากจะบอกไปเหลือเกินว่าพวกเรายังไม่ถึงไหนเลย ผม บอย blueboy และกริต น่าจะไปถึงที่นัดหมายกลุ่มสุดท้าย

เราแวะท้ายเหมืองหาอะไรกันกันก่อน แล้วต่อไปยังน้ำตกโตนไพร มีรวมกลุ่มแนะนำตัวกันนิดหน่อย ก่อนแบ่งกลุ่มย่อย เดินเข้าน้ำตกถ่ายรูปกัน ครึ่งวันแรกผ่านไปได้สวย จบท้ายด้วยข้าวเที่ยง ด้วยเวลาที่ยังเหลือ เราเลยตกลงไปต่อน้ำตกลำปีกัน ก่อนจะไปทุ่งเสม็ดขาวท้ายเหมือง

อีกครึ่งวันต่อมาก็ไม่ได้มีปํญหา เป็นทริปที่สนุกสนาน เฮฮากันมากกว่า แม้พระอาทิตย์จะไม่เป็นใจตกน้ำให้เราเก็บภาพ

เราจบท้ายทริปนี้ด้วยอาหารมื้อเย็นที่พอจะให้ทุกคนอิ ่ม หลายคนพูดกันมากขึ้น แม้จะเป็นแค่วันแรกที่รู้จักกัน ตามสายตาและความรู้สึกของผม ทุกคนพอใจกับทริปนี้

ทริปนี้แม้จะไม่สำเร็จบรรลุผลร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่บ างคนคาดหวัง แม้ว่าผมจะไม่ได้ภาพสวยงามมาเป็นกองๆ อาจจะได้ยินเสียงชัตเตอร์ลั่นไม่ถี่ไปกว่าเสียงพูดคุ ยหัวเราะ แต่สิ่งที่ผมได้เห็นและได้ฟัง มันสุขยิ่งกว่าการที่เราได้ภาพสวยเป็นร้อยๆ กองทับถมรอบตัว แต่ขาดมิตรภาพหล่อเลี้ยง

สุดท้ายขอบคุณมิตรภาพดีๆ ของเพื่อนร่วมทริป บลูบอย บอยอุงหมิง ฝน ปุ๊ก กริต ป้อม บังวี หนึ่งสราวุธ หนึ่งsamin4 วุ๋น เก่ง เจน โชค เน็ต เข็ม ฉู๋ โจ สาว อั๋น ปั๋ม หนึ่ง เอ เชษฐ์ ป้อมหลงถิ่น

ขอบคุณที่ปรึกษาที่ดีเสมอมา พี่หนุ่ม พี่ป้อม acro และครอบครัวอบอุ่นของเราที่นี่

ซาบซึ้งจริืงๆ กับใครหลายๆ คนที่กล้าก้าวออกมาร่วมทางกับเรา แม้จะค้นพบแล้วว่ามันไม่ได้ราบรื่นมากมายนัก คงได้ก้าวต่อไปด้วยกัน

ดูภาพเพิ่มเติม

 

 

edit @ 30 Aug 2009 22:41:59 by นายมาแล็ง

 

ผมมีนาฬิกาเพียงสองเรือนในชีวิต เรือนแห่งความสุขกับเรือนแห่งความทุกข์ เรือนแรกมักเดินเร็วเกินไปเสมอ ในขณะที่เรือนหลังเดินช้าเป็นที่สุด ถ้าให้เลือกผมคงซ่อนนาฬิกาทั้งสองเรือนไว้ที่ใดที่หนึ่งที่มองเห็นได้ไม่ง่ายนัก

 

ในบ้านของเราหลังนี้ดูเหมือนจะมีนาฬิกาแค่เรือนเดียวคือเรือนแห่งความสุข  เดินเร็วในความรู้สึก จากหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่งของเวลา เมื่อรวมกันหลายๆ ชั้น เผลอแปบเดียวสิ่งเหล่านี้เติบโตเป็นหนึ่งหน่วยใหญ่  ยิ่งใหญ่ในคุณค่าของตัวมันเองและคงมากพอที่จะเติบโตต่อไปในใจทุกๆ ดวงที่นี่  

 

ใจผมไม่อยากให้นาฬิกาเรือนนี้เดินเร็วเกินไป แต่ไม่เคยคิดที่จะเอานาฬิกาอีกเรือนมาแขวนไว้ในบ้าน แค่อยากจะให้ความสุขที่เราผ่านพ้นมาด้วยกันในรอบปีที่ผ่านมาอยู่กับเราให้นานอีกหน่อย เพราะผมกลัวเหลือเกินกับประโยคที่ว่า สิ่งต่างๆที่ผ่านมาเร็ว คนเรามักลืมเร็ว

 

ถ้าผมเลือกได้อีกนิด อยากจะมีแค่นาฬิกาแห่งความสุขแต่ขอให้เดินช้าอย่างนาฬิกาแห่งความทุกข์ เวลาแห่งมิตรภาพ ความสุขของพวกเราจะได้ผ่านไปอย่างช้าๆ มีเวลาแห่งการจดจำร่วมกัน เอามิตรภาพของเราที่นี่ช่วยกันง้างเข็มนาฬิกาเรือนนี้กันดีกว่าครับ ค่อยๆ เรื่อยๆ อย่ารีบเร่ง เดินไปด้วยกัน เติบโตด้วยกัน ให้นานแสนนาน นานอย่างไม่มีวันสิ้นสุด  

 

เวลากับการรอคอย

posted on 15 Nov 2008 13:13 by extremegen  in ForPNP

หากเวลาใดที่ผมรอคอยอะไรสักอย่าง ผมมักใช้หน่วยของเวลาที่ใหญ่ที่สุดนับวันนับคืน เพื่อให้ช่วงเวลาที่รอเหลือน้อยที่สุด แม้จะไม่มีทางเป็นไปได้ในความเป็นจริงกับการเร่งวันเร่งคืนให้เร็วได้ดั่งใจ แต่อย่างน้อยที่สุด ความรู้สึกที่ไม่ยาวนานย่อมช่วยให้เรามีสุขกับการรอได้บ้าง 

 

ช่วงนี้ผมรอบางสิ่งบางอย่างในบ้านหลังนี้ ความรู้สึกคงเหมือนตอนเป็นเด็ก เฝ้าชะเง้อ มองแต่ประตู เมื่อ พ่อแม่ออกไปข้างนอก แล้วสัญญาว่าจะซื้อขนมมาฝาก ยามที่รอคอยอาจจะรู้สึกกระวนกระวาย เหงาบ้าง แม้จะไม่โดดเดี่ยว แต่ถ้าเราใช้ความเป็นผู้ใหญ่ในตอนนี้แล้วคิดกลับไป แน่นอนเด็กน้อยอาจจะรอขนม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคำสัญญาต่างหาก

 

เช่นเดียวกับบ้านหลังนี้ เกือบหนึ่งเดือนที่หน้าตาของบ้านเราเปลี่ยน ดูดีขึ้นจากสายตาคนมอง ผมตอบใจตัวเองได้ว่าพอใจระดับหนึ่ง แต่ผมยังรอคอยอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น  ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรม มองเห็น จับต้องได้ และสิ่งที่เป็นนามธรรมที่สื่อได้ด้วยความรู้สึก

           

          หากคุณมีใจกับที่นี่ แอบสัญญาในใจกันดีกว่า ว่าเราจะอยู่อย่างไรในบ้านหลังนี้ แล้ววันหนึ่งหากเวลานั้นมาถึง อย่าลืมสัญญานะครับ อย่างน้อยเราเองนั่นแหละจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ

รอ

posted on 15 Nov 2008 13:11 by extremegen  in ForPNP

หากเวลาใดที่ผมรอคอยอะไรสักอย่าง ผมมักใช้หน่วยของเวลาที่ใหญ่ที่สุดนับวันนับคืน เพื่อให้ช่วงเวลาที่รอเหลือน้อยที่สุด แม้จะไม่มีทางเป็นไปได้ในความเป็นจริงกับการเร่งวันเร่งคืนให้เร็วได้ดั่งใจ แต่อย่างน้อยที่สุด ความรู้สึกที่ไม่ยาวนานย่อมช่วยให้เรามีสุขกับการรอได้บ้าง 

ช่วงนี้ผมรอบางสิ่งบางอย่างในบ้านหลังนี้ ความรู้สึกคงเหมือนตอนเป็นเด็ก เฝ้าชะเง้อ มองแต่ประตู เมื่อ พ่อแม่ออกไปข้างนอก แล้วสัญญาว่าจะซื้อขนมมาฝาก ยามที่รอคอยอาจจะรู้สึกกระวนกระวาย เหงาบ้าง แม้จะไม่โดดเดี่ยว แต่ถ้าเราใช้ความเป็นผู้ใหญ่ในตอนนี้แล้วคิดกลับไป แน่นอนเด็กน้อยอาจจะรอขนม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคำสัญญาต่างหาก

เช่นเดียวกับบ้านหลังนี้ เกือบหนึ่งเดือนที่หน้าตาของบ้านเราเปลี่ยน ดูดีขึ้นจากสายตาคนมอง ผมตอบใจตัวเองได้ว่าพอใจระดับหนึ่ง แต่ผมยังรอคอยอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น  ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรม มองเห็น จับต้องได้ และสิ่งที่เป็นนามธรรมที่สื่อได้ด้วยความรู้สึก

            หากคุณมีใจกับที่นี่ แอบสัญญาในใจกันดีกว่า ว่าเราจะอยู่อย่างไรในบ้านหลังนี้ แล้ววันหนึ่งหากเวลานั้นมาถึง อย่าลืมสัญญานะครับ อย่างน้อยเราเองนั่นแหละจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ

คำว่ารักกับการถ่ายรูป

posted on 15 Nov 2008 13:08 by extremegen  in ForPNP

 หากวันหนึ่งมีคนที่คุณรักที่สุดมากระซิบข้างหูว่ารัก ผมเดาออกว่าคุณมีความสุขมากมายแค่ไหน แล้วเชื่อไหมว่าหากคุณชอบเหมือนเรา วันหนึ่งคุณจะมีความสุขไม่ต่างจากนี้ ผมแค่เกริ่นนำเพียงเพื่อเหตุผลหนึ่งที่จะจูงมือคุณเข้ามาในบ้านหลังนี้ บ้านที่ไม่มีรูปร่างและคุณไม่มีวันมองเห็น แต่คุณสัมผัสได้ถึงโครงสร้างที่ทุกคนมีส่วนก่อร่างขึ้นมาด้วยความรู้สึก ใส่ใจการเริ่มต้นด้วยกันพอๆ กับการให้ความสำคัญที่จุดหมายมากกว่าการคิดที่จะมุ่งไปยังปลายทางอย่างเดียวโดยลืมนึกถึงจุดตั้งต้น

 

ไม่ว่าผม ไม่ว่าคุณ หรือไม่ว่าใครก็ตามที่ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ช่วยกันเติมเต็ม แลกเปลี่ยน เดินไปด้วยกัน เพราะผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าหากเรารักเหมือนกัน วันหนึ่งเสียงลั่นชัตเตอร์คงทำให้คุณมีความสุขได้ไม่ต่างจากเสียงบอกรักข้างหู 

 

http://www.phuketneophoto.com 

edit @ 15 Nov 2008 13:10:38 by นายมาแล็ง