Phukradung

เพื่อนร่วมทางของผมทั้งหมดประจำตำแหน่งเรียบร้อย เจ้านิคอนน้อยนอนแน่นิ่งในกระเป๋า ขาตั้งอยู่ในมือที่พร้อมจะขึ้นบ่า เช้านี้ในกระเป๋ากางเกงมีสมาชิกใหม่ร่วมทาง คือ ถุงข้าวห่อและขวดน้ำดื่ม ก้าวแรกถูกวาง ณ จุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ รู้ว่าสิ้นสุดปลายทางที่ประมาณ 20 กม. ทางแสนไกลในความคิด แต่ความท้าทายมากพอที่จะสั่งให้ก้าวหลายๆ ก้าววางสลับไปข้างหน้า จากความโล่งของลานกางเต็นท์ค่อยๆ กลายเป็นป่าสนครึ้มใบพอที่จะบังแสงแดดยามเช้าไม่ให้ส่องทะลุลงมายังพื้นล่าง เสียงสายน้ำที่ตกกระทบหินเร่งฝีก้าวให้ตามหาต้นตอของเสียงใส เส้นสายน้ำตกที่พลิ้วไหวถูกบันทึกไว้บนแผ่นฟิล์มทั้งหมด จากน้ำตกวังกวางผมเลาะไปเรื่อยเปื่อยตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายน้ำตก ต้นไม้เขียวครึ้ม ความชื้นแฉะของน้ำฝนและดินโคลนช่วยให้ผมเห็นเพื่อนป่าที่ไม่อยากเจอะเจออย่างทากมาปรากฏตัวต่อหน้าอยู่บ่อยครั้ง

ผมเดินผ่านทุ่งหญ้าที่แซมด้วยป่าสนประปรายสุดลูกตา ไปยังลำธารใสที่รออยู่ข้างหน้ากับการซ่อนตัวของน้ำตกเพ็ญพบใหม่ รอบๆ ตัวน้ำตกประดับประดาด้วยไม้ยืนต้นหนาแน่น ต้นก่วมแดงหรือเมเปิลยืนต้นโดดเด่นที่สุดด้วยใบที่กำลังจะกลายจากสีเขียวสดเป็นสีแดงเข้ม รอวันร่วงหล่นมาประดับโขดหิน พื้นดินและพื้นน้ำ สายน้ำไหลไปข้างหน้าพร้อมกับผมที่เคลื่อนตัวตาม น้ำตกหลายสายกลายเป็นสิ่งประดับลำธารที่สวยงามและลงตัวที่สุด กล้องถ่ายภาพและขาตั้งทำงานหนักที่สุดเกือบตลอดเวลาไม่แพ้กับเท้าที่ต้องแบกรับภาระร่างทั้งร่างของผม ยามใดที่กล้องทำงาน ยามนั้นเท้าได้รับการพักจากการย่างก้าวที่นับวันยิ่งยากลำบากเมื่อระยะทางยิ่งไกลออกไป ผมเดินไปอย่างไม่เร่งรีบ

ในที่สุดจุดหมายของผมตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ผาหล่มสักกลายเป็นจุดหมายของหลายๆ คนที่ยอมยากลำบากมาที่นี่ เพื่อที่จะกล่าวลาแสงสุดท้ายบนภู ณ ที่ตรงนี้ แค่นี้จริงๆ แต่วันนั้นอากาศไม่เป็นใจ ผมต้องเดินกลับก่อนพระอาทิตย์ลับลาขอบฟ้าเพราะอากาศช่างไม่เป็นใจ ท้องฟ้าปิดพร้อมกับส่งสายฝนมาทักทายผมให้พอเปียกบ้าง ผมลัดเลาะผ่านเส้นทางสายหน้าผา พืชพันธุ์ต่างๆ ดาหน้าให้ผมยิงด้วยชัตเตอร์อยู่ตลอดสองเส้นทาง ความมืดค่อยๆ โรยตัวพร้อมๆ กับย่างก้าวที่กำลังมุ่งหน้ากลับที่พัก กิจวัตรประจำวันในช่วงเย็นของแต่ละคนเริ่มต้นอีกที ความเหนื่อยล้าคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ พอที่จะทำให้ผมหลับได้เหมือนตายเป็นคืนที่สองเพื่อที่จะตื่นในเช้ารุ่งขึ้น คำลาที่ไม่อยากเอ่ย คงต้องเอ่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้


ความยากลำบากที่สัมผัสได้ ความสวยงามมากมายที่ยังรอการค้นพบ มิตรภาพจากเพื่อนร่วมทางและจากคนที่นี่ ได้รวมกันเป็นเสน่ห์อันแสนประทับใจของปฐมบทการเดินทางครั้งนี้ นับวันยิ่งหอมหวน เย้ายวน อย่างไม่รู้จบ หากวันหนึ่งวันใด ใครสักคนมาที่นี่โดยไม่ได้แลกด้วยความยากลำบาก วันนั้นผมไม่แน่ใจว่าเขาจะเอาอะไรมาภูมิใจกับการเดินทางที่กลายเป็นตำนานให้กับใครต่อใครนับไม่ถ้วน อย่าเอาความสะดวกสบายแค่ฉาบฉวยมากระชากเสน่ห์และคุณค่าทางใจไปจากดินแดนสวรรค์นี้เลยครับ

เมื่อนึกถึงประโยค ความไม่แน่นอนคือความไม่แน่นอน ทำให้ผมต้องรีบฝืนลุกจากที่นอน แม้จะหนาวแสนหนาว แต่ผมและเกือบทุกคนมาที่นี่เพื่อซึมซับให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เนื่องจากธรรมชาติที่สวยงามไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง การไขว่ขว้ามาเป็นของตัวเองย่อมทำไม่ได้ เว้นแต่การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่แสนมีค่าไว้ในความทรงจำ ผมจึงเลือกที่จะจำบรรยากาศและเก็บภาพไว้เป็นของตัวเอง บางทีความสวยงามผ่านเลนส์ที่เราเก็บได้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครเดินตามรอยเราได้ กว่าจะต่อสู้กับอากาศหนาวเย็น ล้างหน้า แปรงฟัน ผมกลายเป็นคนกลุ่มสุดท้าย ที่เดินฝ่าความมืดไปยังผานกแอ่น ผาที่สามารถชมทะเลหมอกและตะวันขึ้นได้สวยงามที่สุดที่หนึ่งบนภู ทั้งนี้การเดินทางไปที่นี่ต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นคนนำไปด้วยเกรงอันตรายจากฝูงช้างป่า ป้ายจราจรที่สำคัญป้ายหนึ่งของภูกระดึง คือ การให้ระว้งฝูงช้างป่า การเดินเท้าทำให้ความหนาวบรรเทาลงได้บ้าง ที่หน้าผาผมแทบไม่พบเพื่อนร่วมทางของผมวันนี้เลย มีแต่คนแปลกหน้าที่ไม่วายเอ่ยปากทักทายกัน ที่นี่ไม่มีการแบ่งแยก มิตรภาพของเพื่อนร่วมทางมีอย่างสม่ำเสมอ อาจจะด้วยเหตุผลจากความเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่ตอนกลางวัน การชมพระอาทิตย์ขึ้นอีกวันหนึ่ง จึงช่วยให้การพักผ่อนเต็มที่มากขึ้น ดาวยังประดับฟ้าอยู่ประปรายในตอนย่ำรุ่ง ล่างลงไปจากผานกแอ่น ไฟฟ้ายังส่องสว่างประดับเมืองให้ไม่หลับไหล ฟ้าค่อยๆ เปิด เบื้องล่างจากภาพที่เป็นเมืองและแสงไฟส่องสว่าง ตอนนี้กลายสภาพเป็นทะเลหมอกขาวปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผมไม่เคยเห็นทะเลหมอกที่กว้างใหญ่และสวยงามแบบนี้มาก่อนในชีวิต เหมือนภาพเขียนที่จิตรกรสร้างสรรค์ขึ้นด้วยจินตนาการ แต่วันนี้กลายเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้าผม ชัตเตอร์โดนกดอย่างไม่ยั้ง ไม่ได้นับว่ากี่ครั้ง

ผมยอมรับว่าผมตัดสินใจถูกที่สุด หากรอวันพรุ่งนี้ บางที่อากาศคงไม่เหมือนกันทุกวัน วันนี้ผมมาได้ วันพรุ่งนี้ผมจะมาอีก แต่ละวันคงมีความสวยงามเป็นของตัวเอง ยากที่ความสวยงามของอีกวันจะแทนที่ได้ด้วยอีกวัน แสงแดดเริ่มจ้า หมอกเริ่มจางหายไปพร้อมๆ กับฝูงคนที่สลายตัวเดินกลับที่พัก เพื่อเตรียมที่จะเก็บเกี่ยวความสวยงามต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ผมยอมรับว่าผมเหนื่อย แต่ความสวยงามของที่นี่ เป็นยาบรรเทาชั้นยอดที่ไม่ให้นึกถึงแค่ความล้า เพราะความสวยงามที่สวรรค์บนดินนี้เนรมิตขึ้นยังรอให้เราชื่นชมอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ผมรู้สึกอย่างานั้นจริงๆ

ผมเดินกลับที่พัก แต่ไม่วายที่จะลั่นไกชัตเตอร์ตลอดทางเดิน ทุกอย่างแปลกหูแปลกตาไปหมดสำหรับผม ข้าวกล่องสำหรับมื้อเที่ยงได้รับการเตรียมอย่างดี หลังจากที่อาหารเช้าโดนผมจัดการเรียบ วันนี้ระยะทางอีกประมาณ 40 กม.ยังรอผมอยู่ คงไม่มีใครอยากเชื่อว่าการเดินทางขึ้นภูที่เกือบจะไม่ถึงในระยะทางแค่ 8 กม.เศษๆ แล้ววันนี้ไกลโขอยู่ ไหวต้องไหว ผมกำลังใจดีเยี่ยม ใครจะยอมพลาดกับความสวยงามตรงหน้า ที่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่เราจะได้กลับมาใหม่ แล้ววันนั้นเราจะได้เห็นสิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้

ระยะทางแสนไกล ยังไม่รู้ว่าผมจะเจอกับอะไรอีกที่รอข้างหน้า แต่ผมต้องไป ไปเพื่อการเก็บเกี่ยวเอาความสวยงามเป็นของตัวเอง วันนี้เรามาได้แค่ครึ่งทาง แล้วทำไมต้องละเลยอีกครึ่งทาง ในเมื่อข้างหน้ายังมีอะไรอีกมากมายเหลือเกิน






edit @ 2006/04/12 20:07:41

ร่างของผมเคลื่อนตามทางเดินที่ทอดตัวยาวไปข้างหน้า เริ่มที่ต้นทางและสิ้นสุดที่ปลายทาง ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นจุดหมายของผมไหม ไต่ไล่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ เหนื่อยหน่อยก็พัก มีแรงก็เดินต่อ ขนาดแค่เริ่มต้น ความเหนื่อยยังเอาน้ำในกายผมออกไปหลายหยด เหงื่อผุดเต็มผิวกาย บางเม็ดหล่นจากตัวผมไปตามแรงดึงดูดของโลกสู่พื้นดินที่ผมเหยียบย่ำการเดินทางคนเดียว บางทีก็เหงา เปลี่ยว แต่เพียงแค่เสี้ยวความรู้สึก จากเดินเดี่ยวด้วยระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ตอนนี้เพื่อนร่วมทางเริ่มปรากฎหนาตาขึ้น มิตรภาพของเพื่อนร่วมทางที่แบ่งปันให้ผมหาได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากยิ้มให้กัน จนทักทายและบางครั้งพูดคุยต่างคนต่างเป็นกำลังใจให้กันและกัน ผลัดกันแซงผลัดกันหยุดเท้ายังคงก้าวไปข้างหน้าความเหนื่อยพยายามเหนี่ยวรั้งให้ก้าวขาได้ช้าลงหลายชีวิตมุ่งมั่นตาจดจ้องจุดหมายที่ต้องเอาชนะด้วยความเหนื่อย แข็งแรง และอดทน ตอนนี้เรามองไม่เห็นจุดหมายและปลายทางแต่ใจเราสัมผัสได้ไม่ยากเย็น คำบอกเล่าที่ได้ยินต่อๆ กันมา ความสวยงามที่ผ่านตามาจากรูปภาพ สื่อต่างๆ ยังติดแน่นในสมอง สิ่งเหล่านี้คือแรงกระตุ้นให้เรามีแรงเดินต่อไป ครั้งหนึ่งของชีวิตที่ยาวนานแค่พริบตาเดียว บางคนเขาว่าอย่างนั้น แค่สักครั้งหากได้สัมผัสกับความจริงเหล่านี้ นั่นคือความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของนักเดินทางที่ได้ทำในสิ่งที่ฝัน

ผมเดินไปเรื่อยๆ แต่ละช่วงมีที่พักระหว่างทาง ที่เรียกว่า ซำ ระยะทางระหว่างซำไม่ไกลมากแต่ระดับของพื้นที่ที่เริ่มชันขึ้นๆ แต่ละซำจะมีที่นั่งพักหรือร้านขายของ ทุกคนที่นี่ไม่เคยแล้งคำทักทาย ความชันเริ่มเป็นอุปสรรคสำหรับผม จากน้ำหนักแค่ 9 กก.ของเป้คู่ใจ ผมเริ่มรู้สึกว่าหลังของผมเริ่มแบกของที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไกลยิ่งหนัก นานเข้าเหมือนไม่ใช่แค่ 9 แต่กำลังจะกลายเป็น 10 11 12 และอีกเรื่อยๆ ใจออกไปไกลเกินที่จะท้อเพราะความเหนื่อย จากเดิมที่วางแผนว่าจะถ่ายภาพตอนขาขึ้น ตอนนี้ อย่าว่าแต่ถือกล้อง อยู่เฉยๆ ยังสั่นเลย ความตั้งใจนี้เป็นอันพับเก็บไปกับขาตั้งที่ตอนนี้กลายเป็นภาระที่หนักอึ้งของผม

จริงเสมอ หากเรามีความมุ่งมั่นสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะทำได้ ตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่เราจับต้องได้ อยู่แค่ตรงหน้า ผมใช้เวลาประมาณ 3 ชม.จนถึงหลังแป ความดีใจ ภูมิใจกับการพิชิตที่ใกล้เข้ามา อดไม่ได้ที่หยุดมองป้ายที่เขียนว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตข้าคือผู้พิชิตภูกระดึง ทางชันสิ้นสุด เหลือแค่ทางเรียบที่ทอดยาวไปข้างหน้า ประดับประดาด้วยป่าสนที่แซมด้วยต้นหญ้าและพืชพันธุ์ขนาดเล็กกว้างไกลสุดตา ผมยังไม่รู้สึกร้อนมาก ทั้งๆ ที่แสงแดดเริ่มแผ่รังสีแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนยังเอาชนะความหนาวไม่ได้เด็ดขาดสักทีการมาถึงหลังแปหมายความว่าจุดหมายเริ่มเข้าใกล้เราทุกขณะ ร่างกายเริ่มอ่อนล้า แต่ใจยังมุ่งมั่นอย่างน้อยหากกายไม่ไหว เรายังมีใจเป็นแรงผลักดัน จุดหมายดูเหมือนจะอยู่แค่ที่สุดทาง แต่ไม่เป็นเช่นนั้น สุดทางเป็นได้แค่จุดสุดสายตา แต่ไม่นานผมสามารถไปถึงจุดกางเตนท์ และที่พักของอุทยานได้อย่างเต็มภาคภูมิกับเวลาเกือบ 4 ชม.ถือว่าเป็นสถิติที่ใช้ได้กับครั้งแรกในชีวิต

เวลาทุกวินาทีบนภูกระดึงมีค่ามากมายนักสำหรับผม ความสวยงามที่เห็นได้ด้วยตาตัวเองคอยแต่จะเร่งเร้าให้เก็บภาพกลับไปให้ได้มากที่สุด การถ่ายภาพเป็นแค่ทางเลือกเดียวนี่ครับในการที่จะเก็บความทรงจำอันยิ่งใหญ่ให้เป็นรูปธรรม อีกทั้งเรายังสามารถรักษาธรรมชาติอันสวยงามให้อยู่กับผืนแผ่นดินของเราให้ยาวนานที่สุด หลังจากการเตรียมที่หลับนอน อาหารเที่ยงมื้อแรกบนภูตกถึงท้องผมเรียบร้อยพร้อมที่จะแปรเป็นพลังกายให้ผมได้ต่อสู้กับระยะทางอันยาวไกลในการเข้าถึงความสวยงามของที่นี่ บ่ายแก่ๆ ผมเริ่มต้นเก็บรายละเอียดรายทางด้วย กล้องคู่ใจและขาตั้งคู่กาย ปล่อยเจ้าเป้ที่กลายเป็นยาแสนขมตลอดระยะทางขึ้นภูสงบนิ่งอยู่ในเตนท์ ธรรมชาติที่นี่เป็นเหมือนสวรรค์บนดินของผม เวลาผ่านไปอย่างไม่รุ้ตัว รู้แค่ว่าร่างของผมมาหยุดนิ่งตอนที่ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้าที่ผาหมากดูก ดื่มด่ำซึมซับธรรมชาติอย่างมีสุข ความมืดของรัตติกาลค่อยๆ คืบคลานปกคลุมภูทั้งภู พร้อมๆ กับขาของผมที่ก้าวกลับที่พักอย่างไม่แยแสกับความเมื่อยล้าที่คุกคาม หลังอาหารมื้อเย็นผมหลับอย่างตาย รุ้สึกตัวอีกทีตอนที่นาฬิกามือถือบอกเวลา ตี 5 เพื่อให้ผมได้เตรียมตัวรับวันใหม่ แต่ด้วยความเหนื่อยล้า ผมยังสองจิตสองใจที่จะไปเก็บภาพทะเลหมอกกับพระอาทิตย์ตอนงัวเงียจากตื่น ใจหนึ่งบอกว่าต้องไปเก็บภาพความสวยงามเพราะแต่ละวันคงไม่เหมือนกันสักวัน อีกใจบอกแค่ว่าพักก่อนดีกว่าพรุ่งนี้ยังมีอีกเช้า แต่ใครจะเชื่อธรรมชาติได้ ความไม่แน่นอนคือความไม่แน่นอน วันนี้อาจจะได้ภาพที่สวยงามแต่อีกวันอาจไม่ได้ หรืออาจไม่ได้เลยสักวัน


edit @ 2006/04/12 20:09:14